เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนประชาชนผู้ใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ระวังถูกแอบอ้างสวมสิทธิ ซึ่งกรมบัญชีกลางได้รับแจ้งจากสำนักงานคลังจังหวัดต่างๆ ว่า ผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐหลายรายไม่สามารถใช้สิทธิสวัสดิการได้ เนื่องจากถูกแอบอ้างใช้สิทธิที่ร้านค้าข้ามพื้นที่ (ต่างจังหวัด) โดยผู้มีสิทธิไม่ได้เป็นผู้ใช้สิทธิดังกล่าว นายคารม กล่าวว่า จากการตรวจสอบของกรมบัญชีกลาง พบว่าเกิดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ตระเวนขายสินค้าด้วยรถเร่ในพื้นที่ต่างๆ และใช้แอปพลิเคชันถุงเงินในการรับชำระวงเงินค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า และวงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม

โดยหลอกให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคต่างๆ หรือแลกของกินของใช้ “เตือนประชาชนผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ระมัดระวังการใช้สิทธิสวัสดิการกับร้านค้าที่กระทำผิดเงื่อนไข ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบมีร้านค้าจากรถเร่มีพฤติกรรมหลอกลวง ส่งผลกระทบวงเงินสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของผู้มีสิทธิที่ใช้สิทธิกับรถเร่ ดังนั้น เพื่อป้องกันการแอบอ้างสวมสิทธิของผู้มีสิทธิทุกคน อย่าใช้วงเงินสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐซื้อของหรือแลกของจากรถเร่ ย้ำเตือนผู้ที่สวมสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ มีโทษทั้งทางอาญา และทางแพ่ง” นายคารม ย้ำ นายคารม กล่าวว่า

ผลการจ่ายเงินสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ม.ค.67 กรมบัญชีกลางรายงานการจ่ายเงินฯ ดังนี้ สวัสดิการที่ให้เป็นวงเงิน (บัตรประจำตัวประชาชน) ประกอบด้วย 1.วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 4,016.45 ล้านบาท 2.วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 359.54 ล้านบาท และ 3. วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 114.76 ล้านบาท รวมจำนวนเงินสวัสดิการทีให้เป็นวงเงิน (บัตรประชาชน) จำนวน 4,490.75 ล้านบาท

สวัสดิการที่ให้ผ่านระบบพร้อมเพย์ (บัตรประจำตัวประชาชน) ได้แก่ มาตรการเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 ม.ค.63 จำนวนเงิน 250.61 ล้านบาท และสวัสดิการที่จ่ายตรงผู้ให้บริการ ประกอบด้วย 1.มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า 201.44 ล้านบาท 2.มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา 23.66 ล้านบาท รวมจำนวนเงินสวัสดิการที่จ่ายตรงผู้ให้บริการ จำนวน 225.10 ล้านบาท รวมผลการจ่ายเงินสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1- 31 ม.ค.67 เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 4,966.46 ล้านบาท