สำหรับน้ำแข็งที่ใช้สำหรับเครื่องดื่ม เช่น สมูทตี้ น้ำผลไม้ หรือว่าเบียร์ นั้น ย่อมแตกต่างจากน้ำแข็งที่ใช้แช่อาหาร เนื่องจากต้องใช้คุณภาพน้ำที่สูงมาก เพื่อความปลอดภัย สำหรับคนที่ชื่นชอบการดื่ม อาจตัดสินใจซื้อเครื่องสำหรับทำน้ำแข็งโดยเฉพาะ ในขณะที่หลาย ๆ คนอาจใช้น้ำจากเครื่องกรองมาทำเป็นน้ำแข็ง แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนมากที่เลือกต้มน้ำ ก่อนนำมาทำน้ำแข็ง

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่รู้วิธีแยกแยะระหว่างน้ำแข็งที่ทำจากน้ำที่ผ่านการต้มมาแล้ว กับที่ทำมาจากน้ำ ซึ่งยังไม่ผ่านการต้มฆ่าเชื้อ ในความเป็นจริงรู้หรือไม่ว่า สีและ ความใส ระยะเวลาที่ละลาย ถือเป็นสิ่งที่ช่วยให้สามารถแยกแยะความแตกต่างของน้ำแข็งเหล่านั้นได้

ตามข้อมูลของ Scienceabc แม้ว่ามองเผิน ๆ น้ำแข็งเหล่านี้อาจจะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ถ้าสังเกตสักนิดก็จะสามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า ด้วย สีและความใส น้ำแข็งที่ทำจากน้ำต้มสุก เมื่อแช่แข็งแล้วมักจะใสและเรียบเนียน นั่นเป็นเพราะฟองอากาศและสิ่งสกปรกบางส่วนถูกกำจัดออกไปในระหว่างกระบวนการต้มจนเดือด

ในทางตรงกันข้าม น้ำแข็งที่ทำจากน้ำประปา ซึ่งไม่ได้ถูกต้มฆ่าเชื้อ มักมีสีขาวขุ่น เพราะยังมีสิ่งเจือปนอยู่มาก แม้ว่าสิ่งเจือปนที่ละลายในน้ำ จะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่เมื่อแช่แข็งแล้วสิ่งเหล่านั้นก็จะสะสมรวมกัน ส่งผลให้ก้อนน้ำแข็งขุ่นนั่นเอง

สิ่งเจือปนที่พบบ่อยที่สุดที่พบจากน้ำที่ไม่ได้ต้ม ได้แก่ แคลเซียม ฟลูออไรด์ ไนเตรต แมกนีเซียม และองค์ประกอบอินทรีย์อื่น ๆ อีกหลายชนิดที่ไม่สามารถกำจัดออกด้วยวิธีกรองแบบเดิม ๆ เมื่อน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง สิ่งเจือปนที่กระจายอยู่ในน้ำ ก็มีแนวโน้มที่จะรวมตัวกันกระจุกอยู่ตรงกลาง ทำให้ก้อนน้ำแข็งมีสีขาวขุ่นอยู่ตรงกลาง

อย่างไรก็ตาม สิ่งเจือปน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง เชื้อโรคหรือแบคทีเรียเสมอไป เหนือสิ่งอื่นใด นอกจากน้ำที่มีอยู่ในน้ำถือได้ว่าเป็นสิ่งเจือปน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แถมบางส่วน เช่น แคลเซียมและแมกนีเซียม มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยซ้ำ อีกทั้งสิ่งเจือปนต่าง ๆ ยังทำให้น้ำมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย

ทั้งนี้ นอกจากการอาศัยการมองสีและความใสของน้ำแข็งแล้ว เรายังสามารถแยกแยะได้จาก ความสามารถในการละลาย อีกด้วย เพราะน้ำแข็งที่ทำจากน้ำต้มได้ขจัดฟองอากาศและสิ่งสกปรกออกไป ดังนั้นโครงสร้างจึงแข็งมากขึ้นและคงความเย็นได้นานขึ้นทำให้ละลายได้ยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อน้ำแข็งละลายก็จะเห็นน้ำใสราวกับน้ำแร่

ในขณะที่ น้ำแข็งที่ทำจากน้ำ ที่ไม่ได้ต้มนั้น มีสิ่งเจือปนมากมาย มันจึงเกาะตัวกันได้หลวมกว่า เป็นผลให้ละลายเร็วกว่า อีกทั้งหลังจากละลายจะมองเห็นสารตกค้างได้ชัดเจนด้วย

สรุป น้ำต้มหรือน้ำกลั่น จะทำให้เกิดก้อนน้ำแข็งใส ในขณะที่น้ำที่ยังไม่ต้ม จะทำให้เกิดก้อนน้ำแข็งที่ขุ่นมากกว่า นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดในการช่วยแยกแยะน้ำแข็งที่ทำจากน้ำต้มกับน้ำไม่ต้ม

อย่างไรก็ตาม ใต้บทความดังกล่าวมีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แย้งว่า การเขียนบทความและการวิเคราะห์อาจมีข้อผิดพลาดบางประการ ฉันใช้น้ำต้มสุกที่เย็นแล้วทำน้ำแข็งที่บ้าน พบว่าสีจะใสหรือขาวขุ่นอยู่ที่ระยะเวลาของน้ำแข็ง ยิ่งแช่น้ำแข็งไว้นานก็ยิ่งมีสีขุ่น

ข้อมูล VTC , Sanook