วันที่ 20 ธันวาคม 2566 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ., สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางปลอม และเครื่องสำอางไม่มีเลขจดแจ้ง เป็นครีมเร่งผิวขาวเถื่อน โดยลวงขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ตรวจยึดของกลาง 9 รายการ รวม 241 ชิ้น

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากปรากฏข่าวโรงงานแห่งหนึ่งที่มีการผลิตครีมเถื่อนที่ไม่ได้มาตราฐานโดยพบซากหนูตายในภาชนะที่ผลิต โดยผู้ผลิตเครื่องสำอางได้ถูกดำเนินคดีไปแล้วนั้น จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จึงมีมาตรการเชิงรุก โดยการติดตามเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานซึ่งผู้บริโภคอาจซื้อมาใช้จนได้รับอันตรายแก่ร่างกาย

โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ตรวจสอบการโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คชื่อ ครีมกิโลเร่งผิวขาว ครีมตัวขาวราคาส่ง ซึ่งเฟซบุ๊กดังกล่าวมียอดผู้ติดตามกว่า 1,000 ราย และพบว่ามีการรับผลิตเครื่องสำอางโดยใช้สีและกลิ่นตามสั่ง อีกทั้งมีการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ครีมทาผิวบรรจุถุงพลาสติก ถุงละ 1 กิโลกรัม โดยอวดอ้างสรรพคุณการเร่งผิวขาว อาทิเช่น ใช้แล้วจะทำให้ผิวขาวไวภายใน 3 วัน, รักษากระแดดตามผิวกาย, รักษารอยแผลเป็นให้จางลง, ลดจุดด่างดำ ฯลฯ

ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าว อาจมีส่วนผสมของสารอันตรายที่เป็นสารต้องห้ามในเครื่องสำอาง เช่น สารปรอท ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ สเตียรอยด์ ซึ่งหากใช้เป็นเวลานาน อาจทำให้ผิวหน้าดำ ผิวบางลง แพ้แสงแดดหรือแสงไฟได้ง่าย ผิวแตกลายถาวร เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รับสารปรอทในปริมาณมาก อาจเกิดพิษสะสม ส่งผลให้ไตอักเสบ ซึ่งเคยมีผู้แพ้สารปรอทในเครื่องสำอางจนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จึงทำการสืบสวนจนทราบถึงสถานที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

ต่อมาในวันที่ 20 ธันวาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) นำหมายค้นของศาลแขวงชลบุรี เข้าทำการตรวจค้นสถานที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ในพื้นที่ ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี

ผลการตรวจค้นพบ น.ส.มนทิกานต์ (สงวนนามสกุล) แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว ซึ่งให้บริการเกี่ยวกับการรับฝาก และจัดส่งสินค้า ตรวจยึด

1. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางปลอมเนื้อครีมคละสีบรรจุถุงละ 1 กิโลกรัม (เลขที่ใบรับจดแจ้งสิ้นอายุ) จำนวน 7 ถุง

2. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เนื้อครีมคละสี บรรจุถุงละ 1 กิโลกรัม จำนวน 138 ถุง

3. ฉลากและบรรจุภัณฑ์อื่นๆ รวมตรวจยึดของกลาง 9 รายการ รวมทั้งสิ้นจำนวน 241 ชิ้น

โดยเป็นเครื่องสำอางเนื้อครีมหลากสีบรรจุถุงละ 1 กิโลกรัม จำนวน 145 ถุง( 145 กิโลกรัม ) ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี

จากการสืบสวนขยายผลทราบว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเถื่อนดังกล่าว น.ส.ณัฐถาวรีย์ฯ (สงวนนามสกุล) เป็นผู้นำมาฝากจัดเก็บในลักษณะ เก็บ แพ็ค ส่ง ที่อาคารดังกล่าวเพื่อรอการจำหน่าย โดยมีค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาท เมื่อมีการสั่งซื้อสินค้า น.ส.ณัฐถาวรีย์ฯ จะส่งข้อมูลการสั่งซื้อให้ผู้ให้เช่าทำการแพ็ค และส่งให้กับลูกค้า โดยทำมาแล้วประมาณ 1 ปี

อนึ่ง การตรวจค้นครั้งนี้พบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เป็นผลิตภัณฑ์ปลอม และไม่มีเลขจดแจ้งส่งขายให้กับประชาชนซึ่งจะทำให้ได้รับผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ในส่วนตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด พนักงานสอบสวนจะส่งผลิตภัณฑ์ตรวจพิสูจน์กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

หากพบวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง จะเป็นความผิดเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง ฐาน “จำหน่ายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้” ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ