ต้องบอกว่าในช่วง 1 – 2 ปีหลังมานี้ ความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว หลายต่อหลายคนหันไปเล่นกันเยอะ ส่งผลให้รถยนต์มือสองในตลาดจำเป็นต้องปรับราคาลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รถที่มีราคาถูกอยู่แล้วก็ถูกลงไปอีก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่กำลังมองหารถคันใหม่ด้วยงบประมาณที่จำกัด วันนี้เราจึงจะขอแนะนำ 5 รถมือสองน่าใช้ ในงบประมาณไม่เกิน 150,000 บาท แถมยังคุณภาพดีใช้งานได้ยาว ๆ จะมีรุ่นไหนน่าซื้อกันบ้างนั้นไปดูกันเลย

1. Toyota Camry (ACV30)

Toyota Camry รหัส ACV30 มีชื่อเล่นว่าโฉมผู้นำ แม้ว่าจะมีอายุอานามอยู่พอสมควร เพราะเริ่มวางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2002 ไปจนถึงปี 2006 แต่ก็ยังถือเป็นรุ่นที่น่าเก็บไว้ใช้งาน เพราะปัจจุบันมีราคามือสองแค่แสนกว่าบาทเท่านั้น ตัวถังขนาดใหญ่โตเหมาะสำหรับเดินทางไกล หากต้องการความประหยัดนำไปติด LPG ก็สบายกระเป๋า ยิ่งถ้าหารถสภาพเดิม ๆ เจ้าของดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอแล้วล่ะก็ รับรองใช้งานต่อได้อีกยาว

2. Toyota Corolla Altis (E140)

Toyota Corolla Altis มีออฟชั่นการใช้งานที่ถือว่าตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะถือเป็นรถที่มีความทนทาน ไม่จุกจิก จะอะไหล่แท้หรืออะไหล่เทียบก็มีให้เลือกเพียบ หากต้องการความทนมือทนเท้าให้เน้นไปที่รุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ที่ใช้เกียร์ออโต้ 4 สปีด ซึ่งทนทานและไม่จุกจิกเท่าเกียร์ CVT ในรุ่นหลังไมเนอร์เชนจ์

3. Toyota Soluna Vios (โฉมแรก)

หากต้องการรถขนาดเล็ก มีความคล่องตัวสูง Toyata Soluna Vios โฉมบริทนี่ย์ (สมัยนั้นยังมีคำว่า Soluna พ่วงอยู่) ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าใช้ ปัจจุบันยังพอหาสภาพเดิม ๆ ได้ไม่ยาก แถมราคายังน่าคบหา มีจุดเด่นที่พวงมาลัยและช่วงล่างตอบสนองได้ดีกว่าโฉมเจน 2 ยิ่งถ้าได้รถสภาพดี เจ้าของเก่าดูแลรักษาถึงแล้วล่ะก็ อัตราสิ้นเปลืองทางไกลอาจแตะ 15 กม./ชม. ได้ไม่ยากเย็น

4. Honda Civic (รหัส ES)

หรือที่เรียกกันว่าโฉม Dimension เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าใช้ โดยเฉพาะวัยรุ่นเริ่มต้นทำงานที่กำลังมองหารถคันแรก เพราะโฉมนี้ถือว่าไม่จุกจิก ซ่อมบำรุงง่าย แถมมีช่วงล่างหนึบกว่า อัลติส หน้าหมู จากยุคเดียวกัน หากจะนำไปแต่งเสริมหล่อก็มีของเล่นให้เลือกเพียบ แถมปัจจุบันราคามือสองเหลือไม่ถึงแสน หรือ หากสภาพสวยเนี๊ยบจริง ๆ ก็ไม่เกินแสนต้นเท่านั้น

5. Nissan Tiida / Tiida Latio

Nissan Tiida และ Tiida Latio (รุ่น 4 ประตู) เป็นรถดีอีกหนึ่งรุ่นที่หลายคนมองข้าม ด้วยทรงบอดี้ที่อาจเทียบกับคู่แข่งในยุคนั้นไม่ได้ แต่ได้เปรียบในเรื่องความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร เหมาะสำหรับใช้งานทั้งครอบครัว เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 และ 1.8 ลิตร ขับเดินทางใกล้-ไกลสบาย แถมยังเป็นรถที่ทนทาน ไม่จุกจิก ซ่อมบำรุงรักษาง่าย ราคามือสองส่วนมากไม่ข้ามแสน กำเงินแค่หลักหมื่นก็เป็นเจ้าของได้ไม่ต้องผ่อนให้เสียดอกเบี้ย

อย่างไรก็ดี การเลือกซื้อรถมือสองจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูรถให้เป็น เพื่อหลีกเลี่ยงรถที่เคยผ่านการชนหนัก จมน้ำ หรือผ่านการใช้งานมาหนักจนช้ำเกินกว่าจะใช้งานต่อ อีกทั้งควรมีประวัติการซ่อมบำรุงที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ จะได้ไม่เสียใจในระยะยาวนั่นเอง